เชลล์ก้าวสู่ปีที่ 135 ต่อยอดความไว้วางใจของคนไทย
ผสานนวัตกรรมและศักยภาพระดับโลก สนับสนุนความมั่นคงและอนาคตพลังงานของประเทศ

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ก้าวเข้าสู่ปีที่ 135 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทการเป็นพันธมิตรด้านพลังงานที่คนไทยไว้วางใจ พร้อมต่อยอดความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และนำความเชี่ยวชาญจากเครือข่ายเชลล์ทั่วโลก มาสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงาน เสริมศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจ และสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และสังคมไทย ท่ามกลางภูมิทัศน์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เชลล์เติบโตเคียงข้างประเทศไทยและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2435 เมื่อเรือเอส เอส มิวเร็กซ์ (SS Murex) นำ “น้ำมันก๊าดตรามงกุฎ” เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อให้แสงสว่างแก่ครัวเรือนคนไทย ก่อนขยายบทบาทสำคัญในภาคพลังงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการค้นพบแหล่งน้ำมันเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทยที่ลานกระบือ ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า “แหล่งน้ำมันสิริกิติ์” ไปจนถึงการเป็นบริษัทน้ำมันแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับพระราชทานตราตั้งห้าง อันเป็นเกียรติประวัติสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และบริการของเชลล์ ความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนคุณูปการที่เชลล์ทำประโยชน์เพื่อสังคมไทย เป็นความไว้วางใจและการยอมรับที่เชลล์ได้รับจากสังคมไทยตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ
นางสาวอรอุทัย ณ เชียงใหม่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเชลล์คือความไว้วางใจจากลูกค้า พันธมิตร ภาครัฐ พนักงาน และภาคสังคมทั่วประเทศ เป็นรากฐานและพลังสำคัญที่ทำให้เราเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ การก้าวสู่ปีที่ 135 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสานต่อความไว้วางใจดังกล่าวไปสู่อนาคตข้างหน้า ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และความเชี่ยวชาญระดับโลกของเชลล์ มาทำงานร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและสร้างอนาคตที่เติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย”
สนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานด้วยศักยภาพระดับโลก
ด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เชลล์หนึ่งในบริษัทพลังงานบูรณาการชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน ตั้งแต่การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การพัฒนาแหล่งผลิตในทะเลน้ำลึก ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas – LNG) การซื้อขายพลังงานระดับโลก ไปจนถึงผลิตภัณฑ์และโซลูชันด้านพลังงานสำหรับภาคการเดินทาง ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม
ศักยภาพดังกล่าวช่วยให้เชลล์สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากทั่วโลก มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตร พร้อมมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประเทศในระยะยาว
การร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 ในประเทศไทย ยังสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยบนเวทีพลังงานโลก และตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำของเชลล์ในธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบพลังงาน เชลล์พร้อมนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับนานาชาติ มาสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานที่เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
ขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้วย “Powering Progress”
ภายใต้กลยุทธ์ Powering Progress เชลล์มุ่งสร้างคุณค่าทางพลังงานผ่านการผสาน นวัตกรรม ความเชี่ยวชาญระดับโลก และความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นพลังงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
เชลล์ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี และในช่วงปี 2023-2025 มีการลงทุนในโซลูชันพลังงานคาร์บอนต่ำอีกมากกว่า 450,000 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนาทางเทคโนโลยี 5 แห่งทั่วโลก เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นด้านพลังงานที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง
ศักยภาพของนวัตกรรมดังกล่าวสะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงเกรดพรีเมียมคุณภาพสูงยอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทย1 อย่าง Shell V-Power รวมถึงน้ำมันหล่อลื่น Shell Helix เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีกับพันธมิตรระดับโลกที่ยาวนานกว่า 75 ปี กับ Scuderia Ferrari HP ตลอดจนความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำอื่น ๆ ทั่วโลก
ขณะเดียวกัน Shell Lubricants ยังครองตำแหน่งผู้จำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 192 สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกในผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ภาคอุตสาหกรรม และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์
นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันแล้ว เชลล์ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ สถานีบริการ คู่ค้า ผู้จัดจำหน่าย ลูกค้าธุรกิจ ภาครัฐ และชุมชนทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันอันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตร่วมกันในระยะยาว
สานต่อความไว้วางใจสู่อนาคตพลังงานของไทย
นางสาวอรอุทัยกล่าวสรุปว่า “การก้าวเข้าสู่ปีที่ 135 เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของเชลล์ประเทศไทย และเป็นการตอกย้ำถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์เชลล์มาอย่างต่อเนื่อง เป็นพลังสำคัญที่ผลักดันให้เรามุ่งสู่อนาคต เชลล์พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน นวัตกรรม เทคโนโลยีจากทั่วโลก มาทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อร่วมสร้างคุณค่าและสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงาน เสริมศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจในระยะยาว เพื่อร่วมขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านพลังงานของประเทศที่ทุกภาคส่วนเชื่อมั่นและ ‘วางใจเมื่อใช้เชลล์’”
หมายเหตุถึงบรรณาธิการ
- 1 ตามรายงานยอดจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (ชนิดพิเศษ) น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (ชนิดพิเศษ)ยูโร 5 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 10 ออกเทน 95 (ชนิดพิเศษ) ของกรมธุรกิจพลังงาน https://www.doeb.go.th/th/statistic/stat412) ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 69 – 30 มิ.ย. 69 กรมธุรกิจพลังงาน
- 2 Kline + Company 2025, 23rd Edition Global Lubricants: Market Analysis and Assessment 2025, จากรายงานล่าสุดของKline + Company เชลล์ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นในระดับโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่6% โดยในปีพ.ศ. 2566 การจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นของเชลล์ทั่วโลกแบ่งออกเป็นสัดส่วนเกือบเท่าๆ กัน ได้ 3 กลุ่มหลัก คือ น้ำมันหล่อลื่นสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล 36% สำหรับภาคอุตสาหกรรม 33% และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 31%
- Kline + Company เป็นบริษัทที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดชั้นนำระดับโลก โดยมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ พลังงาน และความงาม ด้วยประสบการณ์กว่าหกทศวรรษ Kline ช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญเชิงลึกในอุตสาหกรรม ความสามารถในการวิจัยที่ครอบคลุมและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก


