นิสสัน ประกาศเป็นพันธมิตรการแข่งขันอย่างเป็นทางการของ Tokyo E-Prix ปี 2024

นิสสัน ยกระดับความมุ่งมั่นในการแข่งขันที่จัดขึ้นครั้งแรก ณ กรุงโตเกียว

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ฟอร์มูล่า อี โอเปอร์เรชั่น จำกัด (Formula E Operations Ltd.) ในฐานะพันธมิตรการแข่งขันอย่างเป็นทางการของ Tokyo E-Prix ครั้งแรก การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ABB FIA Formula E World Championship โดยมีกำหนดการแข่งขันในวันที่ 30 มีนาคม 2567

การแข่งขันรายการ Tokyo E-Prix ปี 2024 จะเป็นการแข่งบนถนนที่มีโค้งจำนวน 18 โค้งภายใต้ ระยะทาง 2.58 กม. รอบพื้นที่ของ Tokyo Big Sight ห่างจากใจกลางกรุงโตเกียวเพียงไม่กี่นาที มีทางตรงยาวถึง 3 ช่วง มีช่วงการเลี้ยวที่ต้องใช้เทคนิคผสมผสานกับการใช้ความเร็วสูง สนามแข่งนี้พร้อมที่จะมอบประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ให้กับแฟนๆ โดยมีฉากหลังเป็นมหานครอย่างกรุงโตเกียว

ความร่วมมือสำหรับการแข่งขันครั้งสำคัญนี้ เป็นการต่อยอดเชิงกลยุทธ์ของนิสสัน ที่มุ่งต่อยอดนวัตกรรม และสร้างความยั่งยืน โดยเน้นถึงความก้าวหน้าในการใช้วัสดุขั้นสูง เทคโนโลยีการรีไซเคิล และการริเริ่มทางสังคม ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของ ฟอร์มูล่า อี ในการพัฒนาการใช้ และการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบ

นิสสันเข้าสู่การแข่งขันด้านยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบครั้งแรกในซีซั่นที่ 5 ของรายการ และเป็นผู้ผลิตรายแรกของญี่ปุ่นที่เข้าร่วมการแข่งขัน ความร่วมมือด้านการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะช่วยยกระดับตำแหน่งของนิสสันในด้านประสิทธิภาพของยานยนต์ไฟฟ้าทั้งใน และนอกสนาม รวมถึงการสร้างความรับรู้ให้กับ แบรนด์เพิ่มมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นิสสันยังจัดหาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้กับทีม NEOM McLaren Formula E ช่วยให้สามารถพัฒนา และทดสอบซอฟต์แวร์ ซึ่งรวมถึงงานวิศวกรรมที่ล้ำสมัยต่อไปได้

ทอมมาโซ โวลป์ กรรมการผู้จัดการ และ หัวหน้าทีม นิสสัน ฟอร์มูล่า อี (Tommaso Volpe, managing director and team principal, Nissan Formula E Team) กล่าวว่า “นิสสัน รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ ฟอร์มูล่า อี สำหรับการแข่งขัน Tokyo E-Prix ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ความร่วมมือนี้เป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นการเฉลิมฉลองนวัตกรรม และสร้างความยั่งยืนที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนิสสันสำหรับอนาคตที่สะอาดกว่า และน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น เราภูมิใจที่จะนำประสบการณ์นี้มาสู่มหานครโตเกียว และเพื่อสนับสนุนจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกของนิสสัน สู่โลกแห่งไฟฟ้าของวงการมอเตอร์สปอร์ต”

อัลเบอร์โต ลองโก ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแข่งขันชิงแชมป์ ฟอร์มูล่า อี (Alberto Longo, co-founder and chief championship officer, Formula E) กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่นำการแข่งรถ ฟอร์มูล่า อี มาสู่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับการยกย่องในด้านความเก่งกาจทางเทคโนโลยี และความเป็นเลิศทางวิศวกรรม การร่วมมือกับ นิสสัน ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับเหตุการณ์ที่สำคัญนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึง การขยายวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันของเราสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน และประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นของแฟน ๆ เราแทบรอไม่ไหวที่จะนำเสนอสิ่งนี้ให้กับแฟน ๆ ของเรา”

การแข่งขันดังกล่าวจะประกอบด้วยกิจกรรมที่เน้นไปที่แฟนการแข่งขัน มากมาย รวมถึงโซน ฟอร์มูล่า อี ที่น่าตื่นตาตื่นใจ, เวทีการเล่นเกม พร้อมเครื่องจำลองการขับขี่, รถคาร์ทไฟฟ้า สำหรับเด็ก และ Electric Garden ที่มาพร้อมนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งนี้ผู้จัดการแข่งขัน Formula E จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ขึ้นโพเดียมของ Tokyo E-Prix ปี 2024 รวมถึงการแสดงจากศิลปินดารา และนักร้องทั้งใน และต่างประเทศของญี่ปุ่น

10 เรื่องน่ารู้ของ นิสสัน กับการแข่งขัน ฟอมูล่า อี (Formula E)

แนวคิดของแบรนด์นิสสัน นับตั้งแต่ก่อตั้งคือ “กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า” หรือ “Dare to do what others don’t.” ด้วยฐานะที่เป็นบริษัทแรกของโลก ที่ทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ และยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายเดียวของญี่ปุ่นที่เข้าร่วมการแข่งขัน FIA Formula E World Championship ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด นิสสันมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้าของนิสสันทั่วโลกจะได้ผลประโยชน์จากความก้าวหน้าต่างๆ เหล่านี้

10 เรื่องน่ารู้ที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการแข่ง ฟอมูล่า อี และทีมแข่งของนิสสัน ซึ่งกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน ฟอมูล่า อี ครั้งแรก ของประเทศญี่ปุ่น ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมนี้

  1. Tokyo E-Prix การแข่งขัน ฟอมูล่า อี ครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น

ในวันที่ 30 มีนาคม 2567 ถนนรอบ ๆ ศูนย์จัดแสดงนิทรรศการ Tokyo Big Sight จะถูกจัดเป็นสนามแข่งรถยนต์ที่เร็วที่สุด เบาที่สุด และเป็นรถยนต์ที่ล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่สุดในกีฬามอเตอร์สปอร์ตแบบไฟฟ้า 100% สนามแข่งระยะทาง 2.6 กม. มีโค้งที่ท้าทาย 18 โค้ง ขณะที่มีทางตรงที่สามารถทำความเร็วสูง แฟนกีฬามากถึง 20,000 คน จะได้ชมการแสดงที่เกิดขึ้นโดยมีฉากหลังเป็นมหานครโตเกียวอันน่าทึ่ง

  1. การแข่งขันทั้งหมดเกิดขึ้นในหนึ่งวัน

การแข่งขัน ฟอมูล่า อี มีชื่อเสียงในด้านรูปแบบการแข่งขันที่รวดเร็ว การแข่งขันจะจัดขึ้นบนถนนชั่วคราว โดยจะมีการฝึกซ้อม การแข่งรอบคัดเลือก และการแข่งขันที่ทั้งหมดจะจัดขึ้นในวันเดียวกัน เนื่องจากจะมีข้อผิดพลาด และปัญหาเกิดขึ้นน้อยมาก ด้วยความล้ำสมัยทางเทคโนโลยี ซึ่งการเตรียมพร้อม และทักษะการขับรถจะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ นอกจากการขับขี่อันน่าตื่นเต้นแล้ว ผู้ชมยังสามารถเพลิดเพลินกับอาหาร ดนตรีสด และเกมสำหรับแฟน ๆ อีกด้วย

  1. นิสสันเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายเดียวใน ฟอมูล่า อี

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยต่อหน้าผู้ชมทั่วโลก นิสสันจึงเข้าร่วมการแข่งรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดในฤดูกาลที่ 5 (2018/19) ของ ABB FIA Formula E World Championship นับเป็นผู้ผลิตรายแรก และรายเดียวของญี่ปุ่นที่เข้าร่วมการแข่งนี้ ข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากระยะทางการขับขี่กว่า 16,000 ล้าน กิโลเมตร ที่ลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้านิสสันลีฟได้ขับ มีบทบาทสำคัญในการออกแบบเทคโนโลยีการแข่งขันของนิสสัน ในขณะเดียวกัน บทเรียนที่ได้รับจากสนามแข่งได้ช่วยกำหนดรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้บนท้องถนนรุ่นต่อไปของบริษัทฯ อีกด้วย

  1. รถแข่งฟอมูล่า อี Generation ที่ 3

รถแข่ง Gen 3 ของ ฟอมูล่า อี เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่ยังมีมอเตอร์ที่ด้านหน้าสำหรับช่วยฟื้นฟูพลังงาน (regeneration) อีกด้วย พลังงานที่ใช้ในการแข่งขันอย่างน้อย 40% เกิดจากการเบรก และจ่ายพลังงานกลับขึ้นมาใหม่ ทำให้ รถแข่ง Gen 3 กลายเป็นรถแข่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก ผลิตกำลังได้มากกว่า Gen 2 รุ่นก่อนหน้าถึง 40% และมีกำลังสูงสุดถึง 350 กิโลวัตต์ และความเร็วสูงสุดถึง 322 กม./ชม. ทั้งยังเบา และเล็กกว่ารถยนต์ Gen 2 ช่วยให้รถสามารถทำความเร็วและมีความคล่องตัวมากขึ้น

  1. การตกแต่งที่เปิดรับมรดกทางวัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกมากมาย

ลายดอกซากุระของรถแข่ง นิสสัน เป็นการยกย่องให้กับความเป็นทีมจากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการเริ่มต้นที่         กล้าหาญในการนำเสนอเทคโนโลยี EV และการตัดสินใจนำเสนอผ่านดอกไม้อันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นสำหรับฤดูกาลที่ 10 นับเป็นทางเลือกที่ดีและเหมาะสมกับการแข่งขัน ฟอมูล่า อี ในบ้านครั้งแรกของ นิสสัน ต่อหน้าแฟน ๆ

  1. นักแข่ง: โอลิเวอร์ โรวแลนด์ และซาชา เฟเนสทราซ

ซาชา เฟเนสทราซ (Sacha Fenestraz) ผู้ชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่น คว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่น และทำเวลาต่อรอบ ฟอมูล่า อี ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการแข่งขัน Cape Town E-Prix ในการแข่งขันครั้งที่ห้าของเขากับทีม ขณะที่ โอลิเวอร์ โรวแลนด์ (Oliver Rowland) เข้าร่วมทีมในฐานะนักแข่งหน้าใหม่ในปี 2018 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ นิสสัน เปิดตัว ฟอมูล่าอี เขาคว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่น 6 ครั้ง และขึ้นโพเดี้ยมถึง 6 ครั้ง กับ    นิสสัน รวมถึงชัยชนะในปี 2020 ที่กรุงเบอร์ลิน นักแข่งทั้งสองร่วมมือกันวางกลยุทธ์ สนับสนุนซึ่งกันและกันนอกสนามแข่ง ขณะเดียวกันก็ช่วยกันผลักดันให้ถึงขีดจำกัดในการแข่งขัน

  1. กลยุทธ์ของ ฟอมูล่า อี คือการเล่นกับช่วง Power Play

ด้วยความเชี่ยวชาญที่ยาวนานหลายทศวรรษในด้านระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้า นิสสันจึงใช้ประโยชน์จากความรู้ความชำนาญที่กว้างขวางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับการแข่งขัน รถยนต์ ฟอมูล่า อี Gen3 ทุกคันใช้แบตเตอรี่ทั่วไป และมีกำลังสูงสุด 350 กิโลวัตต์ สิ่งที่ทำให้ ฟอมูล่า อี แตกต่างจากมอเตอร์สปอร์ตอื่นๆ คือการจัดการพลังงานเชิงกลยุทธ์ นักแข่งแต่ละคนจะขับในสนามแข่งด้วยการผสมผสานระหว่างกลยุทธ์การแข่งขันและการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเกี่ยวกับการจัดสรรกำลังในช่วง Power Play ซึ่งจะเป็นสิ่งที่กำหนดชัยชนะ

  1. ความตื่นเต้นทั้งหมดไม่มีเสียงดังรบกวนที่ทำอันตรายต่อการได้ยิน

เสียงแห่งอนาคตของนักแข่ง ฟอมูล่า อี อยู่ที่ประมาณ 80 เดซิเบล ซึ่งมากกว่าเสียงรถยนต์ทั่วไปเพียง 10 ระดับ ระดับเสียงที่ต่ำนี้ช่วยให้การแข่งขัน ฟอมูล่า อี สามารถจัดขึ้นได้ใกล้กับใจกลางเมือง และดึงดูดผู้ชมได้มากขึ้น เป็นงานที่ทั้งครอบครัวสามารถเพลิดเพลินได้ ฟอมูล่า อี ยังมีบทบาทในการให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่เกี่ยวกับประสิทธิภาพที่น่าตื่นเต้นของยานยนต์ไฟฟ้า ผู้คนตระหนักมากขึ้นว่ายานยนต์ไฟฟ้านอกจากใช้งานได้จริง ยังมีประสิทธิภาพ ดีต่อสิ่งแวดล้อม และให้ความสนุกสนานในการขับขี่

  1. ความสำคัญของจิตใจ: โปรแกรม Brain to Performance

เช่นเดียวกับมอเตอร์สปอร์ตอื่น ๆ ฟอมูล่า อี ให้ความสำคัญกับการตัดสินใจของผู้ขับขี่ การตอบสนองที่รวดเร็ว และความยืดหยุ่นต่อภาวะความเครียด และความเหนื่อยล้า ด้วยโปรแกรม Brain to Performance ของนิสสัน ที่ใช้การถ่ายภาพสมอง และการวิเคราะห์ที่ล้ำสมัยเพื่อระบุลักษณะทางกายวิภาคที่เป็นเอกลักษณ์ของสมองของนักแข่งมืออาชีพ โปรแกรมการฝึกอบรมผู้ขับขี่แบบกำหนดเองได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองผ่านการทำแผนที่สมอง

  1. มุ่งสู่อนาคตที่สิ่งแวดล้อมที่มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น

ฟอมูล่า อี คือการแข่งขันชิงแชมป์โลก FIA ที่นั่งเดียวที่ใช้ไฟฟ้าเพียงชนิดเดียวในโลก และเป็นกีฬาระดับโลกประเภทแรกที่ได้รับการรับรองด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (net zero carbon footprint) นิสสัน และผู้ผลิตที่เข้าร่วมรายอื่น ๆ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่อันเป็นนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้น ผ่านความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาการปล่อยมลพิษที่เป็นศูนย์ และแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน

นอกเหนือจากชัยชนะในการแข่งขัน นิสสันเชื่อว่า ฟอมูล่า อี เป็นแพลตฟอร์มในอุดมคติที่จะแบ่งปันความเชี่ยวชาญที่มีมานานหลายทศวรรษในการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เตรียมตัวและคอยติดตามเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของการแข่งและเรื่องราวสนุกๆ ของ นิสสัน ฟอมูล่า อี