GAC Group เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ทำรายได้รวม 9.66 หมื่นล้านบาท
ยอดขายต่างประเทศพุ่ง 86% ยอดขายรวมแตะ 3.8 แสนคัน
GAC Group ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก ประจำปี 2569 ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางธุรกิจและศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยรายได้รวมจากการดำเนินงานที่สูงถึง 2.02 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 9.66 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมกวาดยอดขายรวม 3.8 แสนคัน โดยเฉพาะยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตกว่า 86% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์การดำเนินงานที่แม่นยำของกลุ่มบริษัทฯ
สถานการณ์ยอดขายรถยนต์ของ GAC Group ยังคงรักษาโมเมนตัมที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสร้างการเติบโตติดต่อกันถึงสามไตรมาส โดยไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ GAC Group มียอดขายสะสมแตะ 380,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 2.38% ถือเป็นการเริ่มต้นปีได้อย่างแข็งแกร่ง ความสำเร็จในครั้งนี้มีฟันเฟืองสำคัญมาจากยอดขายของ “กลุ่มแบรนด์ภายใต้การบริหารของ GAC Group” ที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมียอดขายรวม 166,200 คัน เพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดย GAC AION และ GAC HYPTEC ที่ทำยอดขายได้สูงถึง 74,100 คัน เติบโตถึง 57.34% ในขณะที่แบรนด์ GAC Trumpchi มียอดขาย 92,100 คัน เพิ่มขึ้น 33.06% ตัวเลขเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของ GAC อย่างเหนียวแน่น และสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้อย่างแม่นยำ
ตลาดต่างประเทศถือเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของ GAC Group โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ กลุ่มบริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายจากกลุ่มแบรนด์ภายใต้การบริหารของ GAC Group ในตลาดต่างประเทศได้ถึง 42,200 คัน เติบโตพุ่งทะยานถึง 86% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดย GAC Group ได้เร่งขยายเครือข่ายธุรกิจระดับโลกอย่างเป็นระบบ ทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 โดย GAC Group ดำเนินธุรกิจครอบคลุมใน 102 ประเทศและภูมิภาค โดยมีเครือข่ายศูนย์บริการ 650 แห่ง โรงงานประกอบในต่างประเทศ 5 แห่ง และศูนย์คลังอะไหล่ 9 แห่ง ทั้งนี้ ทางกลุ่มบริษัทฯ ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในงาน Beijing Auto Show โดยตั้งเป้าท้าทายยอดขายต่างประเทศปี 2569 ไว้ที่ 250,000 คัน และมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 1 ล้านคัน ครอบคลุม 120 ประเทศ ด้วยจำนวนโชว์รูมกว่า 2,000 แห่งทั่วโลก ภายในปี 2573
เพื่อต่อยอดความสำเร็จด้านยอดขายและตอกย้ำภาพลักษณ์ยานยนต์แห่งอนาคต GAC Group ได้ประกาศยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ ทั้ง GAC Trumpchi, GAC AION และ GAC HYPTEC ในงาน Beijing Auto Show 2026 พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเผยโฉมยนตรกรรมพลังงานใหม่ถึง 5 รุ่น ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่รถเอสยูวีสำหรับคนเมือง สายลุยออฟโรด ไปจนถึงรถครอบครัวระดับไฮเอนด์ ได้แก่
- GAC AION N60 : รถยนต์ SUV สไตล์คนเมืองที่ผสานความงามเข้ากับความฉลาดล้ำหน้า (Smart & Beautiful Urban SUV) พร้อมระยะทางขับขี่สูงสุดถึง 610 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
- GAC HYPTEC S600 : รถยนต์ SUV สปอร์ตหรูอัจฉริยะ (New Luxury Smart Sports SUV) ที่มาพร้อมตัวเลือกทั้งขุมพลังไฟฟ้าล้วน (EV) และขุมพลังแบบขยายระยะทาง (Extended Range) เพื่อเติมเต็มไลน์อัปพรีเมียมของแบรนด์
- GAC Trumpchi Yue 7 : รถยนต์ SUV ทรงกล่องสไตล์ Boxy สำหรับคนที่รักการผจญภัย มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบฝัง (In-built frame) และแชสซีระบบดิจิทัล ให้สมรรถนะการขับขี่แบบ Off-road ที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์การขับขี่ทุกสภาพถนนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- GAC Trumpchi E8 PHEV: รถยนต์ MPV ปลั๊กอินไฮบริด ที่สร้างสองสถิติระดับโลกด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำสุดเพียง 98 ลิตร/100 กม. และระยะทางขับขี่ครอบคลุมสูงสุดถึง 1,537 กิโลเมตร
- Qijing GT7: แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ใหม่ล่าสุดที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Huawei ประเดิมด้วยรุ่น GT7 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะระดับ L3 (Huawei ADS 5) เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้
นอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น GAC Group ยังคงเดินหน้าลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างไม่หยุดยั้ง โดยในไตรมาสที่ 1 มีเม็ดเงินลงทุนด้านการวิจัยเพิ่มขึ้นถึง 42.06% ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย โดยในงาน GAC Tech Day เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัว 4 นวัตกรรมหลักที่จะมาสร้างมาตรฐานใหม่และตอกย้ำความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยี ได้แก่:
- ขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ Xingyuan Power:ครอบคลุมการทำงานแบบเต็มรูปแบบทั้งระบบไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และระบบขยายระยะทางวิ่ง (REV) เพื่อตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วยพลังงานทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
- โครงสร้างตัวถังนิรภัย Xingjian Body:นวัตกรรมโครงสร้างตัวถังแบบปิดที่ทนทานต่อแรงบิด ผสานคานรับน้ำหนักแบบฝังตัว (Embedded Girder) เข้ากับโครงสร้างกรงนิรภัยหลายชั้น (Multi-ring Cage) มอบความปลอดภัยขั้นสุด พร้อมรองรับทั้งสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดและความนุ่มนวลในการใช้งานในเมือง
- สถาปัตยกรรมห้องโดยสารอัจฉริยะ Xinghe Smart Cabin:ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลการใช้งานจริงจากรถยนต์กว่า 75 ล้านคัน มาพร้อมระบบการรับรู้และการประมวลผลแบบมัลติโมดอลที่เชื่อมต่อกับคลาวด์ ทำให้ห้องโดยสารสามารถเรียนรู้ ตอบสนองอารมณ์ และ “เข้าใจทุกความต้องการ” ของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างแท้จริง
- ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Xingling Architecture 0:ยกระดับประสิทธิภาพการประมวลผลรวมจากรุ่นก่อนหน้าถึง 40% รองรับการอัปเดตระบบแบบ OTA อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 8 นาที และรองรับการทำงานของฟังก์ชันอัจฉริยะต่างๆ ได้มากกว่า 3,600 รูปแบบ (เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว)
นอกจากนี้ GAC Group ยังประสบความสำเร็จในโครงการสร้างระบบนิเวศชิปยานยนต์ (Automotive Chip Application Ecosystem) โดยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 105 ราย พัฒนาและทดสอบชิปไปแล้วกว่า 400 รุ่น ซึ่งสามารถเติมเต็มช่องว่างทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ถึง 51 รายการ ยกระดับความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีได้อย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ GAC เตรียมเปิดตัว GAC HYPTEC GT Climbing Edition ซึ่งจะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ใช้ชิปที่ออกแบบและพัฒนาเอง 100% ในเดือนพฤษภาคมนี้
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของ GAC Group ภายใต้กลยุทธ์ “Panyu Action” โดยขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลัก 4 ประการ ได้แก่ “เทคโนโลยีใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการใหม่ และระบบนิเวศใหม่ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ภายใต้การบริหารของ GAC เพื่อการขยายตลาดโลกอย่างเต็มกำลัง GAC Group มั่นใจว่าด้วยนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ๆ บริษัทฯ จะสามารถส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน
ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับรถยนต์พลังงานใหม่จาก GAC ได้ที่โชว์รูมทั่วประเทศ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.gacgroup.com/th-th
และลงทะเบียนทดลองขับล่วงหน้าได้ที่ https://www.gacgroup.com/th-th/test-drive












