ฟอร์ดฉลองตำนานชัยชนะบทใหม่ของ ‘เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์’

Photo by Rudy Carezzevoli/Getty Images
เมื่อแม็กซ์ เวอร์สแตปเพน นักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน (F1) สัญชาติเนเธอร์แลนด์ คว้าชัยชนะในศึกบาห์เรน กรังด์ปรีซ์ ซึ่งจัดขึ้นที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย
Photo by Clive Mason/Getty Images

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ เมื่อแม็กซ์ เวอร์สแตปเพน นักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน (F1) สัญชาติเนเธอร์แลนด์ คว้าชัยชนะในศึกบาห์เรน กรังด์ปรีซ์ ซึ่งจัดขึ้นที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งแรกนับตั้งแต่ชื่อของฟอร์ดหวนคืนสู่การแข่งขัน F1 ในปี 2569 ผ่านความร่วมมือกับ ออราเคิล เรด บูล เรซซิ่ง และ เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ หลังลงแข่งขัน 16 สนาม นับเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของทีมที่ได้พัฒนาขุมพลังเครื่องยนต์สำหรับรถแข่ง F1 ที่คว้าชัยชนะได้สำเร็จตั้งแต่เริ่มต้นภายในระยะเวลาอันสั้น

Photo by Rudy Carezzevoli/Getty Images

เบื้องหลังชัยชนะครั้งนี้คือขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น DM01 ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยทีมงาน เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ ณ สำนักงานใหญ่ในเมืองมิลตัน คีนส์ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมของเรด บูล และการสนับสนุนของฟอร์ด เรซซิ่ง นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2546 ที่ชื่อของฟอร์ดได้กลับขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของโพเดียม F1 อีกครั้ง และเป็นชัยชนะครั้งที่ 177 ในประวัติศาสตร์อันยาวนานและยิ่งใหญ่ของฟอร์ดในศึก F1

Photo by Clive Mason/Getty Images

ฟอร์ดได้ร่วมมือกับ เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ ในการพัฒนาขุมพลังเครื่องยนต์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาระบบไฟฟ้าแรงสูง และการผลิตชิ้นส่วนสำหรับเครื่องยนต์สันดาป ระบบกู้คืนพลังงาน และเทอร์โบ อีกทั้งยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับ เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และระบบควบคุมอีกด้วย

มาร์ค รัชบรูค ผู้อำนวยการระดับโลก ฟอร์ด เรซซิ่ง กล่าวว่า “ฟอร์ด เรซซิ่ง ได้ทำงานร่วมกับ เบน ฮอดจ์กินสัน และทีมวิศวกรของเขาที่ เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงแรกของการทดสอบ จนออกมาเป็นขุมพลังเครื่องยนต์ที่เราเห็นบนสนามแข่งในวันนี้ และในขณะที่ เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ กำลังเฉลิมฉลองกับชัยชนะของทีมออราเคิล เรด บูล เรซซิ่ง ทางฟอร์ดเองก็จะร่วมฉลองด้วยการจารึกว่านี่คือชัยชนะครั้งแรกของขุมพลังเครื่องยนต์ที่พัฒนาโดย เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ และเป็นชัยชนะครั้งที่ 177 สำหรับเครื่องยนต์ที่เกี่ยวข้องกับฟอร์ด”

ชัยชนะครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือและยังไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด อีกทั้งยังได้ต่อยอดประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นของ ฟอร์ด เรซซิ่ง ในการแข่งขัน F1 โดยฟอร์ดยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องยนต์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการมอเตอร์สปอร์ตรายการนี้ แม้ว่าจะห่างหายไปนานกว่า 20 ปี

ความร่วมมือด้านการพัฒนาเครื่องยนต์เชิงเทคนิคกับ เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ ในการแข่งขัน F1 ยังเปิดโอกาสให้ ฟอร์ด เรซซิ่ง ได้เรียนรู้และทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายและมีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก เพื่อนำบทเรียนที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับรถยนต์ที่ลูกค้าจะได้ขับขี่ในอนาคต ฟอร์ดใช้การแข่งขันเป็นสนามทดสอบรถที่เปี่ยมนวัตกรรมที่สุดเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จะส่งตรงถึงมือลูกค้า ทั้งจากสนามแข่ง F1 ในครั้งนี้ และการแข่งขันความเร็วในทะเลทรายของรายการดาการ์ แรลลี่

Photo by Steven Tee/LAT Images

แนวทางการพัฒนารถที่จะส่งมอบให้ลูกค้าด้วยข้อมูลและประสบการณ์ตรงจากสนามแข่ง ยังได้รับการต่อยอดในประเทศไทย โดยทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR (Ford Thailand Racing) ได้นำแนวปฏิบัติเดียวกันนี้มาใช้ในการพัฒนารถแข่งของทีมทั้งทางเรียบและออฟโรด ขณะเดียวกันองค์ความรู้ที่ทีมฟอร์ด เรซซิ่งได้รับก็เป็นประโยชน์กับทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์ในสนามแข่ง และแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคกันในรายการสำคัญ เพื่อนำมาวิเคราะห์และยกระดับสมรรถนะของรถยนต์ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากความสำเร็จของทีมออราเคิล เรด บูล เรซซิ่ง แล้ว ฟอร์ดยังเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีให้กับทีม วีซ่า แคช แอป เรซซิ่ง บูลส์ (Visa Cash App Racing Bulls) โดยรถแข่งทั้งสี่คันที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจาก เรด บูล ฟอร์ด พาวเวอร์เทรนส์ สามารถเข้าเส้นชัยใน 10 อันดับแรกของการแข่งขัน ตอกย้ำถึงความสำเร็จครั้งสำคัญและเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของความร่วมมือระหว่างพันธมิตร