ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์รถเอสยูวี

ทั้งระบบสันดาปและระบบไฟฟ้า

  • ยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ปลอดภัยมั่นใจในสมรรถนะที่ดีเยี่ยมรอบด้าน แม้เวลาเปลี่ยน (Confidence Made to Last) ได้ขยายไลน์ ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมการใช้งานกับรถเอสยูวี เพื่อตอบสนองความต้องการของ ตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
  • นอกจากจะให้ประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มสบายไปอีกขั้น,ความปลอดภัยที่ยาวนานเหนือกว่า และรองรับการใช้งานร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ สำหรับรถเอสยูวียังมอบความมั่นใจในทุกการขับขี่แม้บนเส้นทางที่ท้าทาย
  • การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ส่งผลให้ มิชลิน ไพรมาซี่ 5’มีผลิตภัณฑ์ยางขนาดขอบ 16 ถึง 22 นิ้ว หลากหลายเพิ่มขึ้นถึง 40 รายการ รองรับรถทุกประเภทและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์

ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางล้อระดับโลก ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ (MICHELIN Primacy 5) ครอบคลุมรถอเนกประสงค์ประเภทเอสยูวี ทั้งระบบสันดาปและระบบไฟฟ้า โดยการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวส่งผลให้ ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีผลิตภัณฑ์ยาง หลากหลายขนาดเพิ่มขึ้นสำหรับรองรับรถยนต์ทุกประเภท ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกยางได้ง่ายขึ้นจาก ความต้องการในการขับขี่เป็นหลัก ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่จำนวนมากขึ้นได้สัมผัสสมรรถนะที่เชื่อถือได้ ประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มสบายไปอีกขั้น และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ซึ่งเป็นจุดเด่นของ ยางรุ่นนี้

สรพงษ์ จันทร์นฤกุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า “การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 5 ช่วยตอบโจทย์ตลาดรถเอสยูวี รวมถึงรถครอสโอเวอร์ ซึ่งเติบโตสูงมากจาก 11% ของยอดขายในปี 2553 เป็น 42% ในปี 2568*  โดยการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีผลิตภัณฑ์ยางขนาดขอบ 16 ถึง 22 นิ้ว หลากหลายเพิ่มขึ้นถึง 40 รายการ รองรับรถทุกประเภทและตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งยังเข้าถึงและเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่จำนวนมากขึ้นได้สัมผัสความเป็นเลิศของยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 5 ซึ่งได้รับรางวัลมากมาย เช่น รางวัลยางยอดเยี่ยม Auto Magazine Best Tire Award ประจำปี 2568 และรางวัลชนะเลิศในการทดสอบประสิทธิภาพยางฤดูร้อนประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดย Tekniikan Maailma นิตยสารยานยนต์ชั้นนำของฟินแลนด์

ผลิตภัณฑ์ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ สำหรับรถเอสยูวียังคงมอบสมรรถนะที่เหนือกว่าในด้าน “การยึดเกาะและความทนทาน” ซึ่งผู้บริโภค ผู้สื่อข่าวยานยนต์ชั้นนำ และตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก ต่างชื่นชม ทั้งยังได้รับการออกแบบมาเพื่อความมั่นใจในทุกการขับขี่แม้บนเส้นทางที่ท้าทาย โดยมาพร้อมแก้มยางเสริมความแข็งแรงที่ช่วยให้ควบคุมรถได้มั่นคงยิ่งขึ้นและทนต่อแรงกระแทกได้ดีกว่า

นอกจากนี้ ยังผ่านการรับรองสมรรถนะยางรถเอสยูวีด้วยผลการทดสอบจากหน่วยงานอิสระชั้นนำ ว่ามีคุณสมบัติโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของยางในตระกูล ‘ไพรมาซี่ 5’ อย่างครบครัน ได้แก่ § ประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มสบายไปอีกขั้น โดยครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับด้านความเงียบและความนุ่มสบาย(1) ด้วยเสียงรบกวนต่ำสุดอันเป็นผลมาจากเทคโนโลยี MICHELIN Silent Rib Gen-3 § ความปลอดภัยยาวนานเหนือกว่า โดยมีระยะเบรกบนถนนเปียกสั้นกว่าถึง 16% (ยางใหม่และ ยางใกล้หมดดอก) ทั้งยังครองอันดับหนึ่งในการทดสอบหลบสิ่งกีดขวางบนถนนเปียกด้วยเทคโนโลยี MICHELIN EverGrip, MICHELIN EverTread และสูตรเนื้อยางใหม่ MICHELIN Functional Elastomers 3.0(2,3)  § อายุใช้งานที่ดีเยี่ยมยาวนาน ด้วยเทคโนโลยี MaxTouch ซึ่งช่วยให้ยางสึก สม่ำเสมอและยืดอายุการใช้งานยาง โดยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางล้อกับผิวถนน และกระจายแรงกด อย่างสม่ำเสมอตลอดหน้ายางขณะเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง จึงให้ความปลอดภัยมั่นใจตั้งแต่วันแรก ที่ใช้จนถึงวันเปลี่ยนยางรอบถัดไป และ § รองรับการใช้งานร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยสูตรเนื้อยาง สมรรถนะสูงบริเวณหน้ายางที่ช่วยลดแรงต้านการหมุนของล้อลงถึง 10%(4)  จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ พลังงานและยืดระยะใช้งานต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

ปัจจุบัน ยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 5สำหรับรถเอสยูวี ทั้ง 40 รายการใหม่ ตั้งแต่ขนาดขอบ 16 ถึง 22 นิ้ว มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายยางอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ  คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ michelin.co.th

  • ความนุ่มเงียบและความนุ่มสบาย (รถเอสยูวี): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 265/60R18 กับรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4 Leader MY2025  ผลการทดสอบพบว่ายาง มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ (ยางใหม่) ให้ค่าระดับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารต่ำกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ ถึง 3% หรือ 64 เดซิเบล ทั้งยังสร้างความประทับใจที่ดีในด้าน ความนุ่มสบาย (ประสิทธิภาพเรื่องความนุ่มเงียบและความสบายเป็นผลจากเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน MICHELIN Silent Rib Gen-3)
  • สมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกของยางใหม่และยางใกล้หมดดอก (รถเอสยูวี): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย
    เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 265/60R18 กับรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4 Leader MY2025 ที่ขับขี่ด้วยความเร็ว 0-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผลการทดสอบพบว่ายาง มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีระยะเบรกสั้นกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16% (ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก)  “ยางใกล้หมดดอกในที่นี้หมายถึงยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 0 มิลลิเมตร ซึ่งความลึกนี้เกิดจากการทำให้สึกด้วยเครื่องจักร
  • การทดสอบสมรรถนะบนถนนเปียก (รถเอสยูวี): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 265/60R18 กับรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4 Leader MY2025 เพื่อทดสอบเข้าโค้งบนถนนเปียกที่ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทดสอบหลบสิ่งกีดขวางบนถนนเปียกที่ความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ผลการทดสอบพบว่ายาง มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ “สร้างความประทับใจที่ดีในการเข้าโค้งบนถนนเปียก และ สร้างความประทับใจที่ดีเยี่ยมในการทดสอบหลบสิ่งกีดขวางบนถนนเปียก เมื่อเทียบกับยางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ (สมรรถนะบนถนนเปียกเป็นผลจากสูตรเนื้อยางใหม่ MICHELIN Functional Elastomers 3.0 และลายดอกยางสำหรับถนนเปียกที่มีอายุใช้งานยาวนาน MICHELIN Long Lasting Sculpture for Wet)
  • ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (รถเอสยูวี): การทดสอบแรงต้านทานการหมุนของยางล้อจัดทำด้วยเครื่องจักรโดยสถาบันยานยนต์ ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568  โดยใช้ยางขนาด 265/60R18  ผลการทดสอบพบว่า มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีแรงต้านทานการหมุนของยางล้อดีกว่ายางระดับพรีเมียม
    แบรนด์อื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10% (ประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็นผลจากสูตรเนื้อยางใหม่ MICHELIN Functional Elastomers 3.0)